ประวัติความเป็นมา

อาคารสถานเอกอัครราชทูตปัจจุบัน

ตั้งอยู่เลขที่ 40 ถนนกวางหวา ใจกลางกรุงปักกิ่ง และอยู่ในเขตที่ตั้งสถานทูตต่างประเทศย่านแรก ซึ่งรัฐบาลไทยได้สิทธิการใช้ที่ดินจากรัฐบาลจีนเมื่อปี พ.ศ.2526 โดยทำสัญญาซื้อขายอาคารสถานเอกอัครราชทูต และการให้ยืมที่ดินเป็นระยะเวลา 60 ปี ราคา 3,750,000 หยวน (หยวนละ 8 บาท ณ ปี 2526)

ลงนามเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2526 ประกอบด้วยที่ดินพร้อมอาคารที่รัฐบาลจีนได้สร้างสำเร็จรูป เพื่อใช้เป็นที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าข้างขวาของที่ดิน และอาคารทำเนียบเอกอัครราชทูตอยู่ตรงกลางที่ดิน

ปัจจุบันสถานเอกอัครราชทูตเป็นที่ตั้งของส่วนราชการไทย ได้แก่ สำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร 3 เหล่าทัพ สำนักงานการค้าในต่างประเทศ และส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง

ได้แก่ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ และสำนักปราบปรามยาเสพติด ส่วนสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสำนักงานการบินไทยในกรุงปักกิ่ง ได้แยกไปเช่าที่อื่น เนื่องจากพื้นที่ใช้สอยสำหรับที่ทำการในสถานเอกอัครราชทูตมีไม่เพียงพอ

เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2531 กระทรวงกลาโหมได้ขอใช้พื้นที่ด้านหลังอาคารที่ทำการสถานเอกอัครราชทูต เพื่อก่อสร้างต่อเติมอาคาร 2 ชั้นสำหรับเป็นที่ทำการของผู้ช่วยทูต 3 เหล่าทัพ ใช้งบก่อสร้างต่อเติม 1,763,379.25 หยวน และได้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ 19 มกราคม 2533 เป็นต้นมา ส่วนทำเนียบเอกอัครราชทูตได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2548 และได้ดำเนินการแล้วเสร็จ เมื่อเดือนกันยายน 2549 โดยใช้งบปรับปรุงซ่อมแซม 57.7 ล้านบาท

ปัจจุบันพื้นที่ใช้สอยของอาคารสถานเอกอัครราชทูตและทำเนียบเอกอัครราชทูตรวมทั้งหมด 2,316 ตารางเมตร โดยจำแนกเป็นที่ดิน 3,920 ตารางเมตร (2 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา) ที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตมีพื้นที่ใช้สอย 705 ตารางเมตร ทำเนียบเอกอัครราชทูตมีพื้นที่ใช้สอย 1,141 ตารางเมตรและห้องเก็บของใต้ดิน 90 ตารางเมตร อาคารต่อเติมซึ่งเป็นที่ทำการของสำนักงานผู้ช่วยทูต 3 เหล่าทัพ 380 ตารางเมตร

อาคารสถานเอกอัครราชทูตแห่งใหม่

แห่งใหม่จะตั้งอยู่ ณ เลขที่ 21 ถนนกวางหวา ฝั่งตรงข้ามถนนเยื้องกับ ที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตปัจจุบัน รัฐบาลไทยได้สิทธิการใช้ที่ดิน จากรัฐบาลจีนเมื่อปี พ.ศ.2547 โดยทำสัญญาการซื้ออาคารเก่า และ เช่ายืมที่ดินเป็นระยะเวลา 70 ปี ในราคา 5,320,893 ดอลลาร์สหรัฐ


ทั้งนี้ อาคารที่ดินดังกล่าวเคยเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูตประเทศชาด และต่อมาสถานเอกอัครราชทูตคูเวตได้ขอเช่าเป็นที่ทำการชั่วคราวจากรัฐบาลจีนจนอาคารสถานเอกอัครราชทูตคูเวตซึ่งอยู่ด้านติดกับพื้นที่ดังกล่าวสร้างเสร็จและย้ายออกไปแล้ว รัฐบาลจีนจึงจัดสรรพื้นที่ดังกล่าวให้แก่รัฐบาลไทย


ที่ดินที่จะก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานเอกอัครราชทูตแห่งใหม่ มีเนื้อที่ 4,729 ตารางเมตร (2 ไร่ 3 งาน 82.25 ตารางวา) โดยจะสร้างเป็นอาคาร 3 ชั้น มีที่จอดรถใต้ดิน 2 ชั้น จะเป็นที่ตั้งของสถานเอกอัครราชทูต (รวมฝ่ายกงสุล) และส่วนราชการไทยในกรุงปักกิ่งทั้งหมด
อาคารสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง

อาทิ สำนักงานผู้ช่วยทูตทหาร 3 เหล่าทัพ สำนักงานการค้าในต่างประเทศ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร สำนักงานป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมทั้งได้เตรียมพื้นที่สำรองสำหรับหน่วยงานที่อาจมาเปิดสำนักงานต่างๆ ในอนาคตด้วย ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะให้ทุกส่วนราชการไทยอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน

สำหรับอาคารสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง แห่งใหม่ กระทรวงการต่างประเทศได้จัดจ้างให้บริษัท แปลนอาคิเทค จำกัด เป็นผู้ออกแบบอาคาร โดยจะมีลักษณะอาคารสมัยใหม่ที่มีเอกลักษณ์ศิลปะไทย ปัจจุบันสถานเอกอัครราชทูตกำลังดำเนินขั้นตอนการยื่นขออนุมัติแบบก่อสร้างอาคารจากทางการจีน และหลังจากที่ทางการจีนอนุมัติแบบอาคารที่เสนอ และออกใบอนุญาตให้ก่อสร้างแล้ว จะใช้เวลาการก่อสร้าง และตบแต่งประมาณ 2 ปี

เมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 สถานเอกอัครราชทูตได้ทำการรื้อถอนอาคารเก่าที่อยู่ในพื้นที่ ที่จะก่อสร้างสถานเอกอัครราชทูตแห่งใหม่ และปรับพื้นที่ดินเพื่อทำพิธีวางศิลาฤกษ์เป็นศิริมงคล โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จฯ เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารก่อสร้างสถานเอกอัครราชทูตแห่งใหม่เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2551 เวลา 08.18 น. ในโอกาสที่เสด็จฯ กรุงปักกิ่ง เพื่อเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกระหว่างวันที่ 7-9 สิงหาคม 2551